รักแห่งสยามกับตัวละครแบบคู่ตรงข้าม
posted on 17 Dec 2007 00:23 by nutscriptwriterจั่วหัวไว้แบบนี้ไหลายๆคนคงงงว่าอะไรหว่าใช่มั้ยครับ บทนี้จะขอวิเคราะห็ถึงคาร์แรกเตอร์ของตัวละครเอกในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งจะเน้นไปที่ความตรงกันข้ามของตัวละครที่เข้ามาสัมพันธ์กัน โดยจะเริ่มจากคู่แรกคือ สุนีย์กับกรครับ
หลังจากที่ทั้งกรและสุนีย์เสียลูกสาวไป บรรยากาศอึมครึมก็เกิดขึ้นกับครอบครัว กรไม่ยอมให้อภัยตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้แตงหายตัวไป และยังรอคอยด้วยความหวังว่าในสักวันแตงจะกลับมา ส่วนสุนีย์เมื่อค่อนข้างมั่นใจว่า แตงอาจจะไม่กลับมาแล้ว ก็ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับโต้ง ลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ และพยายามทำทุกอย่างให้คนในบ้านมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่วันแห่งความสุึขเก่าๆ จะกลับมา
กรกินเหล้าทุกวันจนกลายเป็นอัลกอฮอล์ลิซึ่ม และมีชีวิตอยู่ด้วยความหวังว่าสักวันแตงจะต้องกลับมา โดยเราจะเห็นได้จากฉากที่กรสั่งให้โต้งไปเอาจานข้าวสำหรับแตงมา และฉากที่กรโวยวายสุนีย์ที่เอารูปที่ถ่ายกันแค่สามคนมาตั้ง เห็นได้ชัดว่า ตัวละครตัวนี้เลือกที่จะจำแตงไว้ในทุกลมหายใจ แต่ก็ไม่ยอมทำอะไรนอกจากดื่มเหล้าเพื่อให้เพื่อลืมความเจ็บปวด และอยากให้ตนคิดอยู่เสมอว่าแตงยังอยู่ ทั้งๆที่สิ่งที่ทำอยู่ก็ไม่ได้ช่วยให้แตงกลับมา และไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นอีกด้วย
ส่วนสุนีย์หลังจากที่เหมือนจะทำใจได้แล้วในเรื่องที่เสียแตงไป ก็พยายามรักษาความเป็นครอบครัวไว้ และยังทุ่มเทความรักทั้งหมด อันที่จริงต้องพูดว่าเกินจะหมดไปให้แก่โต้ง เราจะเห็นว่าสุนีย์้เลือกที่จะลืมแตงไปให้ได้ โดยเรารู้ได้จากฉากเดียวกับที่พูดถึงกรไว้เมื่อกี้ โดยสุนีย์ได้ตอบคำถามกรไปว่า ก็เพราะไม่มีแตงแล้ว และในเรื่องของรูปที่ถ่ายสามคน สุนีย์ก็เลือกที่จะบอกว่า ตอนนั้นแตงได้ไปเที่ยวกับเพื่อนๆแล้ว ทั้งๆที่จริงรูปถ่ายใบนั้นเราได้รู้ในตอนจบว่า เป็นสิ่งสุดท้ายที่แตงทิ้งไว้ให้ เพราะแตงเป็นคนถ่ายรูปนั้นไว้ และยังเป็นความภาคภูมิใจสุดท้ายที่แตงยังทำให้ครอบครัวมีความสุขอีกก่อนจะจากไป โดยเรื่องราวเกี่ยวกับรูปนี้ทั้งหมด สุนีย์เป็นคนรู้ดี แต่เลือกที่จะลืมไปว่าแตงเป็นคนถ่ายรูป เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดในจิตใจ แต่มันก็เป็นเพียงแค่การหลอกตัวเอง
สิ่่งที่ตรงข้ามกันของตัวละครทั้งกรและสุนีย์คือ คนหนึ่งเลือกที่จะจำลูกสาวไว้ทุกลมหายใจและหวังว่าจะกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนอีกคนก็เลือกที่จะลืม และทิ้งความทรงจำเก่าๆไป เพราะคิดว่าทำใจได้แล้ว แต่สิ่งที่ทั้งสองคนเลือกที่จะให้ตัวเองเผชิญ กลับเป็นการตอกย้ำให้ตนเองยิ่งทุกข์หนักขึ้นไปอีก จนกลายเป็นการทำร้ายลูกชายคนเดียวที่เหลืออยู่ ซึ่งก็ได้กล่าวไปแล้วว่า สุนีย์กลายเ้ป็นคนที่รักโต้งมากเกินไป ในขณะที่กรก็ไม่ได้สนใจลูกเลย คงจะเห็นความตรงกันข้ามของทั้งสองคนแล้วนะครับ
คู่ต่อมาที่จะพูดถึงคือ หญิงกับโดนัท โดยทั้งสองคนเ้ป็นตัวแทนของเด็กผู้หญิงวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนรู้ความรักเหมือนๆกัน แต่เลือกที่จะปฏิบัติต่างกัน
ฉากเปรียบเทียบที่เด่นที่สุดของทั้งสองคนคือ ฉากที่ทั้งสองคนอยูู่่กับโต้งตอนโต้งไปดูตุ้กตาไม้ที่ร้านในสยาม ครั้งแรกที่ไปกับโดนัท เมื่อโดนัทรู้ว่าโต้งอยากได้ตุ้กตาไม้แต่ซื้อไม่ได้เพราะว่าเงินไม่พอเนื่องจากเพิ่งซื้อต่างหูให้ตน โดนัทก็เลือกที่จะโกรธเคืองและต่อว่าโต้ง เพราะรู้สึกว่าโต้งกำลังโทษตนที่เป็นต้นเหตุให้โต้งไม่ได้ซื้อของที่อยากได้ ทั้งๆที่โต้งก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่บอกความจริงไปเฉยๆ แต่โดนัทผู้ซึ่งต้องการเพียงแต่ให้คนมาคอยเทคแคร์ตน พอเห็นโต้งหันไปให้ความสำคัญกับคนอื่น ก็เลือกที่จะโกรธแล้วเดินจากไป
ในขณะที่หญิง เมื่อรู้ว่าโต้งอยากได้แค่จมูกตุ้กตาไปให้มิว คนที่ตนเองรัก หญิงก็ไม่ลังเลเลยที่จะจัดการเอาจมูกของตุ้กตามาให้ได้ เพราะหญิงเป็นคนที่กล้าทำทุกอย่างเพื่อให้คนที่ตนรักมีความสุข โดยไม่สนใจเลยว่าตนเองจะต้องพบเจอกับอะไร ลักษณะของหญิงจึงตรงข้ามกับโดนัทโดยสิ้นเชิงในเรื่องของการทำเพื่อคนที่ตนเองรัก โดยคนหนึ่งเมื่อคนที่ตัวเองบอกว่ารักทำอะไรไม่ถูกใจก็เดินหนีไปซะดื้อๆ แล้วยังไม่สนใจอีกว่าเค้าจะเป็นอย่างไร แต่อีกคนกลับพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะทำให้คนที่ตนรักมีความสุข โดยไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ซึ่งในชีวิตของคนเราจริงๆ จะมีสักกี่คนที่เป็นได้แบบหญิง
มาถึงคู่สุดท้ายซึ่งเป็นคู่เด่นของเรื่อง โต้งกับมิวก็มีลักษณะที่ถึงแม้บางอย่างในชีวิตจะคล้ายกัน แต่ก็มีบางอย่างตรงกันข้ามอย่างสุดขั้วเช่นกัน โดยจะขอเริ่มจากมิวก่อนละกัน มิวเป็นเด็กที่ถูกพ่อกับแม่ทิ้งให้อยู่กับอาม่าตั้งแต่เด็ก มิวจึงเป็นเด็กที่ขาดการใช้ชีวิตแบบครอบครัว และยิ่งเมื่ออาม่าเสียไป มิวก็ต้องอยู่คนเดียวอย่างว้าเหว่ ทุกวันมีเพียงดนตรีเป็นเพื่อนแก้เหงา แต่ดนตรีนี้เองที่ทำให้มิวได้มีเพื่อนกลุ่มหนึ่งในโรงเรียน
มิวเอาแต่ปิดกั้นตัวเอง เพราะกลัวว่าจะสูญเสียคนที่ตัวเองรักเหมือนดังที่เคยสูญเสียโต้งและอาม่าไปตอนเด็ก ทำให้มิวไม่กล้าเปิดใจที่จะรักใคร จนทำให้มิวลืมเปิดใจที่จะนึกถึงความรักจากเพื่อนไปด้วย และยังรวมถึงความรักจากหญิงที่มิวรู้จักในฐานะเพื่อนเช่นกัน
ทั้งๆที่มิวมีคตวามรักอยู่รอบกายเต็มไปหมด แต่รอยแผลจากอดีตมันมาบังตามิวจนจิตใจมิวเกือบจะแตกสลายไป เพราะเหตุการณ์ที่สุนีย์เข้ามาขอให้มิวหยุดความสัมพันธ์กับโต้ง แต่ในท้ายที่สุดมิวก็ได้หันกลับมามองเห็นความรักจากเพื่อนที่มีให้ตนเอง และความรักจากหญิงที่แอบมีให้ตนมาตลอดเช่นกัน ดังที่มิวได้บอกหญิงไว้ว่า " หญิงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเรานะ "
มิวโชคดีที่มีเพื่่อนที่ดีอยู่รอบตัว และคอยเป็นกำลังใจให้ตัวเองตลอด แม้ตัวเองจะขาดความรักจากครอบครัว แต่โต้ง ที่ถึงแม้จะมีครอบครัวเหมือนครอบครัวทั่วๆไป แต่โต้งไม่เคยได้สัมผัสความอบอุ่นจากความเป็นครอบครัวเลยตั้งแต่สูญเสียพี่สาวไป โต้งกลายเป็นเด็กที่มีปัญหามากกว่ามิวซะอีกแม้จะอยู่กับครอบครัว สังเกตได้จากการที่มิวเติบโตมาคนเดียว แต่มิวก็หาทางของตัวเองพบ โดยการเลือกที่จะอยู่กับดนตรี และใช้ชีวิตกับดนตรีต่อไป แต่โต้งกลายเป็นคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการจะทำอะไร หรือมีจุดมุ่งหมายใดในชีวิต เพื่อนที่โต้งคบก็มีลักษณะตรงข้ามกับเพื่อนของมิว เพื่อนของโต้งแต่ละคน เวลาว่างก็ชวนกันดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ในขณะที่เราจะไม่เห็นภาพพวกนี้จากเพื่อนมิวเลย เพราะเวลาว่างของเพื่อนมิวส่วนใหญ่ไปทุ่มให้กับดนตรีซะหมด
สรุปความแตกต่างระหว่างโต้งกับมิวก็คือ คนหนึ่งแม้ไม่ได้อยู่กับครอบครัว แต่ก็มีความรักอยู่รอบข้างเต็มไปหมด แต่อีกคนถึงได้อยู่กับครอบครัว แต่แทบจะสัมผัสกับความรักไม่ได้เลย ในเรื่องสังคมเพื่อนๆของคนหนึ่งก็เป็นเพื่อนดี แต่ของอีกคนก็เป็นเพื่อนไม่ค่อยดีเท่าไหร ถึงทั้งสองคนจะมีลักษณะตรงข้ามกันอย่างไร เพราะสิ่งที่ขาดหายไปของโต้งและมิวก็ทำให้ทั้งสองคนมาเจอกันและเติมเต็มให้แก่กันได้ในที่สุด
บางคนอาจจะคิดว่าแล้วผมจะมานั่งวิเคราะห์ความตรงข้ามกันของตัวละครในเรื่องทำไม ผมแค่่อยากจะให้ผู้อ่านทุกคนได้เห็นถึงความละเอียดอ่อน และลึกซึ้งของผู้กำกับเรื่องนี้ครับ เพราะคงไม่มีใครปฏิเสธว่าออกมาจากโรงหนังแล้วจะไม่มีความรู้สึกใดๆติดตามออกมาเลย บางคนหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ว่าทำไมภาพของตัวละครในเรื่องถึงติดตาออกมา แล้วยังทำให้คิดต่อไปได้ต่างๆนานา ก็เพราะความแยบยลของการออกแบบตัวละครดังที่ผมกล่าวมาไงครับ ตัวละครแต่ละตัวมีความซับซ้อนในตัวเองสูงมาก และเป็นตัวละครที่เหมือนกับคนในชีวิตจริง ชีวิตของคนดูบางคนอาจจะตรงกับชีวิตตัวละครบางตัว หรือหลายๆตัว สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้คนดูหลายคนนอนไม่หลับไปหลายวัน ผมก็เช่นกัน
อันที่จริงผมก็ไม่บังอาจจะตีความจิตใจของตัวละครออกมาหรอกครับ แต่ผมอยากจะแค่ถอดตัวละครที่ผมเห็นออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วนำมาบอกกล่าวกับทุกๆคน เผื่อจะทำใ้ห้่เข้าใจตัวละครเหล่านี้ได้มากขึ้นเท่านี้แหละครับ
Nuttosan
edit @ 17 Dec 2007 02:35:31 by nuttosan